เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
Blog นี้สร้างขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเป็นแหล่งความรู้ทางด้าน แอนดรอยด์ออโต้ การดูยูทูป ทีวีออนไลน์ ในรถยนต์ และการดูแลแก้ไข เพิ่มเติม ตกแต่ง รถยนต์

วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2555

Watch Later อยากเก็บคลิป YouTube ที่อยากดู เอาไว้ดูเวลาว่าง...ทำยังไง

บริการยูทูบ (YouTube) มักจะมีทางเลือกในการใช้งานลักษณะต่างๆ ที่โน้มน้าวให้คุณผู้อ่านเว้บไซต์ arip เมื่่อเข้าไปแล้ว สามารถเลือกชมคลิปได้หลายแบบ ตั้งแต่คลิกดูเลย เลือกดูจากลิงค์แนะนำที่อยู่ทางขวามือ หรือประเภทคลิปยอดฮิต (Popular) ในแต่ละวัน เป็นต้น จนในทีสุด ผู้ใช้ก็จะค้นพบว่า คุณเองไม่มีเวลามากพอที่จะดูคลิปในหมวดย่อยเหล่านี้ได้หมด ซึ่งยูทูบเข้าใจปัญหานี้ดี ว่าแล้วทางบริษัทจึงเปิดทางเลือกสำหรับการเก็บคลิปที่อยากดูเอาไว้ดูทีหลัง (watch later) ได้ด้วย แต่ว่า คำสั่งนี้มันอยู่ตรงไหนในหน้าบริการของเว็บไซต์กันนะ
แต่ก่อนที่คุณจะสามารถใช้ออปชัน Watch Later ได้ คุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip จะต้องลงทะเบียน หรือ sign in บัญชีผู้ใช้ Google เสียก่อน (เช่น การเป็นสมาชิก gmail เป็นต้น) ซึ่งหลังจากที่คุณล็อกอินเข้าสู่ระบบของบริการ YouTube แล้ว เวลาที่เลื่อนไปบนภาพวิดิโอขนาดเล็กแต่ละคลิปบนหน้าเว็บ คุณจะพบว่า มันมีปุ่มเครื่องหมาย + ปรากฎบริเวณมุมล่างขวาของภาพ พร้อมด้วยรายการของเมนู ซึ่งจากในรูปข้างล่างนี้ คุณจะเห็นรายการแรกระบุว่า Watch Later ให้คลิกที่รายการนี้ เพื่อเก็บคลิปดังกล่าวไว้ดูทีหลัง
คำ ถามคือ เมื่อเก็บคลิปที่อยากดู้ไว้ใน Watch List แล้ว เวลาต้องการดูจะต้องทำอย่างไร? ขั้นตอนง่ายมาก เพียงแค่คลิกกลับไปหน้า Home (คลิกโลโก้ YouTube) ที่ดูคล้ายๆ หน้า Profile จะสังเกตเห็นไอคอนที่เป็น avatar ของคุณอยู่บนสุดซ้ายมือ ซึ่งถัดมาด้านข้างจะมีลิงค์ (ตัวหนังสือเทาอ่อนบนพื้นดำ ต้องสังเกตนิดหนึ่ง) คุณจะพบว่า มันมีลิงค์ Watch Later ปรากฎอยู่ โดยในที่นี้จะอยุ่ล่างสุด คลิกลิงค์นี้ คุณจเข้าสู่หน้ารายการคลิปวิดีโอ Watch Later ที่พร้อมให้คุณเลือกชมได้แล้ว
หลัง จากที่ดูจบครบแล้ว หรือต้องการแก้ไขลำดับการชมรายการใน Watch Later คุณสามารถแก้ไขได้ด้วยการคลิ้กลิงค์ Watch Later Videos ข้างๆ รูป avatar ของคุณ เพื่อเข้าสู่หน้า Watch Later ที่สามารถสั่งเล่นทั้งหมด (Play all) หรือแก้ไขโดยคลิกที่ปุ่ม Edit Playlist ณ.จุดนี้ คุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip สามารถจัดลำดับวิดีโอที่เล่น ไปจนถึงลบ Playlist ของ Watch Later ออกไปหมดเลยก็ได้ แนะนำกันแค่นี้แล้วกัน ลองใช้ดูนะครับ รับรองว่า ง่ายดี และมีประโยชน์ทีเดียว

ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์

DuckDuckGo เสิร์ชเอ็นจิ้นแบบเป็ดๆ เรียบง่ายได้ใจ ไม่สอดแนม...

ก่อนหน้านี้ ผู้ใช้บริการของ Google ก็กังวลเรื่องของความส่วนตัวอันเนื่องจากการติดตาม (tracking) การใช้งานกันพอสมควรแล้ว ล่าสุดยังมีการเปลี่ยนนโยบายความเป็นส่วนตัวใหม่ เอ่อ...ถ้าอย่างนั้น Tip วันนี้เราขอเปลี่ยนไปลองใช้เสิร์ชเอ็นจิ้นใหม่ๆ บ้างได้ไหมล่ะ? ว่าแล้ววันนี้ เราก็มีเสิร์ชเอ็นจิ้นน้องใหม่ที่ชื่อตลกโลโก้น่ารักมาฝากให้ลองใช้กันดู ครับ
Duckduckgo เป็นบริการเสิร์ชเอ็นจิ้นที่นอกจากจะมีดีไซน์เรียบง่าย คล้าย Google (หรือ Yahoo ตอนเริ่มต้น ซึ่งถือเป็นต้นแบบการดีไซน์เสิร์ชเอ็นจิ้นที่มีแต่ช่องค้นหา) ที่สำคัญมันไม่มีการติดตามกิจกรรมการใช้งาน (Do not track) ของผู้ใช้ คุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip สามารถเข้าสู่เว็บไซต์ได้ด้วยการพิมพ์ ddg.gg (หรือ duckduckgo.com) โดยล่าสุดมีรายงานข่าวว่า DDG เติบโตเร็วมาก ในขณะที่มันให้ผลลัพธ์การค้นหาที่แตกต่างจากเสิร์ชยักษ์ใหญ่ โดยระบบการทำงานเบื้องหลังจะเป็น Crowd-sourced แบบ Wikipedia ทำให้ผลลัพธ์ทีได้มาจากแหล่งข้อมูลที่เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม และเป็นที่ยอมรับ แถมยังมีคีย์เวิร์ดแนะนำ (Seacrh suggestions) เพิ่มเติมให้คุณสามารถคลิก เพื่อเพิ่มเข้าไปต่อจากคีย์เวิร์ด ซึ่งทำให้เข้าถึงข้อมูลที่ตรงใจได้มากขึ้น ง่ายขึ้น และลดเวลาในการพิมพ์คีย์เวิร์ดเหล่านั้น
DuckDuckGo จะประสบความสำเร็จ หรือไม่? เป็นเรื่องที่ต้องติดตามดูกันต่อไป แต่หากคุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip อยากจะลองของใหม่สำหรับเสิร์ชเอ็นจิ้นที่ให้คำตอบได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่ ต้องการจากแหล่งข้อมูลที่ดูน่าเชื่อถือแล้วล่ะก็ DuckDuckGo น่าจะเป็นเสิร์ชตัวใหม่ที่น่าลอง และไม่น่าจะทำให้คุณต้องเสียเวลากับมัน ลองใช้ดูนะครับ บางทีคุณอาจจะพบกับเสิร์ชเอ็นจิ้นในฝันที่กำลังตามหาอยู่ก็ได้ ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์

แค่คลิก... หน้า Timeline ก็หายวั๊บกลับไปเป็น Facebook ที่จริงใจเหมือนเดิม

หลังการเปิดให้ Facebook Timeline ใช้กันมาสักระยะ ก็มีเสียงตอบรับทั้งในแง่บวก และแง่ลบกันทีเดียว ในแง่บวกก็คงเป็นความพึงพอใจที่ได้ทำรูป Cover แนวสร้างสรรค์โชว์ไอเดียเจ๋งๆ อวดเพื่อนๆ บางคนก็ใช้เป็นพื้นที่ไว้โฆษณาขายของ
แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบก็คงรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ดูสับสน วุ่นวาย แถมยังขุดเรื่องเก่าๆ ออกมาโพสต์ให้เราเห็น บางคนที่ใช้เล่นผ่านแอพฯ บน SmartPhone ก็พบว่ามันมีปัญหาอยู่บ่อยๆ ที่ไม่ค่อยอัพเดตสิ่งที่เราพยายามโพสต์

ล่าสุดเว็บ SodaHead ได้ทำโพลสำรวจความเห็นของผู้ใช้ที่มีต่อ Timeline ได้ผลออกมาว่ามีผู้ใช้ Facebook กว่า 70% ที่ไม่ชอบเจ้า Timeline ส่วนที่ชอบนั้นมีเพียง 20% ของที่ทำการสำรวจ ส่วนอีก 10% ที่เหลือนั้นเป็นผู้ที่ไม่ได้ใช้งาน Facebook เมื่อแบ่งแยกผลสำรวจตามช่วงอายุ จะพบว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีอายุอยู่ในช่วง 18-24 ปี ยอมรับการเปลี่ยนมาใช้ระบบ Timeline ได้ดีกว่าผู้ใหญ่ โดยคิดเป็น 30% ของทั้งหมดที่พอใจในตัว Timeline ในขณะที่กลุ่มผู้ใหญ่ที่อายุเกิน 65 ปีขึ้่นไปนั้น มีผู้ที่ชอบ Timeline เพียงแค่ 10% เท่านั้นเอง

สรุปแล้วดูเหมือนคนจะไม่ค่อยชอบหน้าแบบ Timeline ดูได้จากจำนวนคลิกลิงก์เพื่ออ่านทิปเรื่อง เทคนิคหนี"หน้า" Timeline ใน Facebook เพื่อเปิดใช้แบบเก่า ที่มีสูงถึง 33,859 views ซึ่งวิธีการที่อธิบายในครั้งนั้นอาจดูยุ่งยากสำหรับหลายคน ล่าสุดพี่มิ้งค์ไปเจอซอฟต์แวร์ช่วยเปลี่ยนหน้า Facebook กลับไปเป็นแบบเดิมที่ใช้ง่ายนามว่า TimeLineRemove ใช้ง่ายมาก เพราะแค่ติดตั้งโปรแกรมลงไปในเครื่องหน้า Facebook ก็จะถูกเปลี่ยนกลับ ณ บัด Now และเวลาอยากกลับไป Timeline ก็แค่เอาโปรแกรมออก (Control Panel -> Uninstall a program)
สนใจอยากลองใช้ก็แค่ไปโหลดที่ TimelineRemove สามารถใช้ได้กับบราว์เซอร์หลากหลายทั้ง FireFox, Chrome, IE ส่วน SAFARI อยู่ในช่วงการพัฒนาครับ ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์

Android app: เช็คก่อน connect สัญญาณ Wi-Fi ของใคร"แรง"สุด!!!

วันนี้ทางกองบรรณาธิการเว็บไซต์ arip มีแอพฯ มาฝากผู้ใช้สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต Android ที่มักจะใช้บริการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi ตามสถานที่ต่างๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน ร้านกาแฟ โรงแรม ฯลฯ ซึ่งเดี๋ยวนี้เรามักจะพบว่า มันมีการให้บริการเชื่อมต่อ Wi-Fi มากมาย เสิร์ชหาแอคเซสพอยท์ (AP: Access Point) ทีเดียวโผล่ขึ้นมาเพียบ ปัญหาคือ ถ้าเราต้องการเชื่อมต่อกับ AP ที่ให้สัญญาณแรงสุดจะทราบได้อย่างไร?
สำหรับเจ้าของสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต Android นอกจากอุปกรณ์เสริมการใช้งานที่จำเป็นแล้ว แอพฯ ที่เชื่อว่าน่าจะเหมาะกับทุกทานก็คือ Wi Fi Analyzer ซึ่ง คุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip สามารถดาวน์โหลดมันได้จาก Google Play (ก่อนหน้านี้ชื่อ Android Market) เพราะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการที่คุณจะตรวจสอบ และติดตามว่า ฮอตสปอต WI-FI สาธารณะที่เปิดให้ใช้ฟรีตามสถานที่สำคัญๆ มีคุณภาพ และระดับความปลอดภัยเป็นเช่นไร? (สัญญาณแรงพอไหม และปลอดภัย หรือเปล่า?)

คุณสมบัติ หลักของการทำงานของ Wi-Fi Analyzer ก็คือ หน้าจอมิเตอร์ (meter) ที่แสดงความสัมพันธ์สำหรับความแรงของสัญญาณไร้สายที่มาจากทุกแอคเซสพอยต์ของ ผู้ให้บริการทุกรายที่อยู่รอบๆ ตัวคุณ ซึ่งคุณผู้อ่านจะทราบได้ทันทีว่า ณ.บริเวณที่กำลังนั่งทำงานอยู่นั้น สัญญาณของใครแรงสุด นอกจากนี้มันยังมีฟังก์ชันสัญญาณเสียงแจ้งเตือนให้ทราบ ได้ด้วยว่า ฮวงจุ้ยไหนที่คุณจะได้รับสัญญาณจากแอคเซสพอยต์แรงสุด โดยสามารถยืนยันกับกราฟิกที่แสดงให้เห็นบนหน้าจอได้อีกต่างหาก แถมยังแจงรายละเอียดการเข้ารหัส (encryption) ที่ใช้บน AP แต่ละตัวให้คุณไดัทราบอีกด้วย เจ๋งขนาดนี้ไม่โหลดมาใช้ได้ไง? ที่สำคัญมันเป็นของฟรี ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์

พลิกตะแคง Clip จากแนวนอนเป็นแนวตั้งได้ใน 1 คลิก


 วันศุกร์ปลายเดือนแบบนี้หลายคนคงกำลังวางแผนว่าจะไปเที่ยวไหนดี แต่ก่อนจะไปพี่มิ้งค์เลยขอเอาทิปมาฝากภาคบ่าย เอาไว้ลองเล่น หรือนำไปใช้ โดยเรื่องนี้เป็นปัญหาที่หลายคนเจอกันประจำ คือถ่ายคลิปมาด้วยกล้องหรือมือถือ ปรากฏว่าพอเอามาเปิดดูดันเป็นแนวนอน ทำให้เวลาจะดูแต่ละทีต้องตะแคงหน้าดู ลำบากแท้ๆ

คำลำบากที่ว่าจะหายไป เพียงแต่อ่านและทำตามทิปต่อไปนี้ เพราะแค่ไปโหลดโปรแกรมที่มีชื่อว่า Free Video Flip and Rotate ก็จะช่วยพลิกตะแคงหมุนคลิปได้ทุกมุม ใช้ง่ายจนน่าแปลกใจ คุณสมบัติเลอเลิศขนาดนี้แถมแจกฟรีอีกต่างหาก ไม่โหลดมาใช้ก็แปลกแล้วใช่ไหมครับ โหลดได้เลยที่เว็บ comtodayMag.com
- ให้ติดตั้งลงในเครื่องให้เรียบร้อย พอเปิดโปรแกรม ก็ให้คลิกเลือกไฟล์ต้นฉบับจากช่อง Input files
-จากนั้นก็เลือกที่เก็บไฟล์ (ไม่ต้องเลือกก็ได้เพราะโปรแกรมจะใส่ไว้ให้ในโฟลเดอร์เดิม)
- คลิกเลือกมุมของการพลิกและหมุนที่ต้องการ แล้วคลิกปุ่ม Convert
- รอจนเสร็จ ก็จะได้ไฟล์นามสกุล .avi ซึ่งมีชื่อเดียวกันต่อท้ายด้วยคำว่า new
สุดยอดเลยใช่ไหมครับ!!!
ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์

ฮาร์ดดิสก์พัง แต่ภาพก็ไม่หาย ด้วย Memeo Share

ดูเหมือนว่าเวลาที่เอาทิปเกี่ยวกับการซ่อมกู้มานี่คนจะชอบ เรื่องที่จะคุยในวันนี้ก็เช่นกัน เพราะเป็นปัญหาสุดคลาสิก ที่ทุกคนต้องเคยเจอ นั่นก็คือ ภาพ “หาย”

เรื่องใหญ่มันไม่อยู่ที่มันหายยังไง แต่ที่ซีเรียสคือแล้วจะเอากลับมายังไง ยิ่งถ้าภาพนั้นเป็นภาพสุดสำคัญ เช่นภาพงานแต่งงาน ภาพของลูกสาวตอนเกิด แน่นอนว่าภาพเหล่านี้เราไม่สามารถจะย้อนเวลากลับไปถ่ายใหม่ได้ ดังนั้นเราจึงควรกันไว้ดีกว่าแก้ ด้วยการหาทางเก็บภาพไว้หลายๆ ชุด หลายๆ สถานที่

ซึ่ง โปรแกรม+บริการสุดคูลที่พี่มิ้งค์ขอแนะนำนี้มีชื่อว่า Memeo Share โดยเป็นบริการฝากและแบ่งปันรูปภาพออนไลน์โดยผ่านโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์หรือ อุปกรณ์พกพาต่างๆ ด้วย เจ้าของเว็บใจดีให้ใช้ฟรี 1 กิกะไบต์ และ 4.95 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน (ไม่จำกัดพื้นที่) ดาวน์โหลดกันก่อนจาก memoshare หลังจากติดตั้งและสมัครสมาชิกเรียบร้อย เราก็เข้าไปสร้างกลุ่มสำหรับแชร์รูปภาพขึ้นมาก่อน ซึ่งจะมีฟังก์ชันในการเชื้อเชิญเพื่อนหรือญาติพี่น้องเข้ามาร่วมแจมกัน จะส่งภาพผ่านคอมพิวเตอร์ ผ่าน Smart Phone หรือผ่าน Facebook ก็ได้ทั้งนั้น แถมเรายังยัดภาพได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องขนาดภาพ หรือต้องนั่งหลังขดหลังแข็งปรับขนาดภาพให้วุ่นวาย  สำคัญการเก็บภาพร่วมกันลักษณะนี้ยังช่วยการันตีว่า ภาพประทับใจต่างๆ จะปลอดภัยจากปัญหาฮาร์ดดิสก์พังที่หลายๆ คนเคยเจอกันมาแล้ว

 

ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์